2008/May/18

        

เรือลำหนึ่งลอย ล่องลอยตามกระแส ตามความผันแปรลำน้ำใหญ่
ลอยตามน้ำมา และลอยตามน้ำไป ไม่เคยมีทุกข์ใด ล่องลอยไปได้ทุกวัน
    
หากว่าน้ำขึ้นเมื่อไหร่ ขึ้นตามไปไม่เคยหวั่น
น้ำเมื่อมันลง เรือก็ลงเหมือนกัน
น้ำนิ่งก็นอน ก็นอนนิ่งอีกวัน
น้ำขึ้นเมื่อไหร่ ขึ้นตามไปเหมือนกัน
        
ทุกวันช่างสุขใจ ล่องลอยไปในห้วงละหาญ ตามกระแสธารลำน้ำนั่น
ล่องไปตามกระแสแรง โน้มดวงอาทิตย์และจันทร์
ตามกลางคืนและวันไม่ว่ามันจะเป็นเช่นไร
        
หากว่าน้ำขึ้นเมื่อไหร่ ขึ้นตามไปไม่เคยหวั่น
น้ำเมื่อมันลง เรือก็ลงเหมือนกัน
น้ำนิ่งก็นอน ก็นอนนิ่งอีกวัน
น้ำขึ้นเมื่อไหร่ ขึ้นตามไปเหมือนกัน
       
ไม่เคยจะฝืนอะไร มุ่งไปด้วยใจยึดมั่น
ล่องไปตามแสงตะวัน ตามแสงจันทร์ที่มันนั้นจะพาไป
    
เรือลำหนึ่งลอย ล่องลอยตามกระแส ตามความผันแปรลำน้ำใหญ่
ลอยตามน้ำมา และลอยตามน้ำไป ไม่เคยมีทุกข์ใด ล่องลอยไปได้ทุกวัน
หากว่าน้ำขึ้นเมื่อไหร่ ขึ้นตามไปไม่เคยหวั่น
น้ำเมื่อมันลง เรือก็ลงเหมือนกัน
น้ำนิ่งก็นอน ก็นอนนิ่งอีกวัน
น้ำขึ้นเมื่อไหร่ ขึ้นตามไปเหมือนกัน

(เรือ -- ธเนศ วรากุลนุเคราะห์)

(ยืมภาพมาจาก สิบห้าซอยสิบหก)

         

2008/Apr/08

ช่วงนี้งานไม่เร่งมาก เลยกลับเข้าโหมด ค้นหา ซะหน่อย

เริ่มจากค้นหาหนังสือที่อ่านจนจบได้โดยไม่อนุญาตให้เล่มอื่นมาแทรก

โชคดีเจอตั้งเล่มนึง

       

 
    
คนตัวเล็ก
(กนกพงศ์ สงสมพันธ์)

                           

อื้อฮือ ... อ่านแล้วฟุ้งซ่านกลับไปวัยเด็กดีแท้ สี่ชั่วโมงบนรถเมล์ไป-กลับสำนักพิมพ์เจ้าประจำ (ที่ไกลบ้านโคตรๆ) อ่านไปได้แค่ร้อยหน้าเอง ... ตั้งใจอ่านจริงๆนะ ไม่ได้ฟุ้งซ่านเรื่องอื่นซักนิด        

กนกพงศ์เล่าเรื่องทีไร เป็นสำนวน ชาวบ้านเล่าเรื่องทุกที ไม่มีความยากที่ตัวอักษรให้ต้องแปลไทยเป็นไทยให้เสียรส มีแต่พฤติกรรม คำพูด และบรรยากาศให้ตีความตีขลุมไปตามใจคนอ่าน หลายเรื่องในเล่มนี้เป็นการเล่าจากปาก(กา)คนตัวเล็ก กนกพงศ์ทำได้ไม่กระแดะ (ขออภัยถ้ารู้สึกว่าคำนี้ไม่สุภาพ)  ไม่สนใจ ไม่เอาใจใคร เป็นอิสระเต็มที่ ขอยกนิ้วโป้งให้หลายๆที ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่า พี่แกไม่น่าตายก่อนวัยอันควรเล้ย กว่าเราจะเจอนักเขียนที่มีผลงานเตะเข้าเป้ากลางใจได้มากกว่าหนึ่งเล่มน่ะยากเย็นยังกะอะไรดี แทนที่จะอยู่ให้เราได้อุดหนุนไปนานๆ ... เสียดายสิ้นดี ...

          

ไม่อยากเปิดเผยเนื้อเรื่องมากกว่านี้ เอาตอนท้ายคำนำเรื่องจากสำนักพิมพ์มาลงดีกว่า

  

     คนตัวเล็ก จึงเป็นโลกแห่งความคิดอันสวยงาม เป็นโลกจินตนาการ ที่เราอาจขลาดกลัว-ขัดแย้ง-ต่อสู้กับสิ่งนี้เหมือนสิ่งแปลกหน้า

            หากมองลึกลงไป เราจะเห็นความจริงว่า โลกของคนตัวเล็กเป็นโลกใบใหญ่ ขณะโลกของคนตัวใหญ่กลับเล็กลงเรื่อยๆ พร้อมกับความสุขที่ลดลงตามมาเป็นสัมพันธภาพสอดคล้องต้องกัน           

      

-----    

สำนักพิมพ์เจ้าประจำที่หายหน้าไปมี  ความสุข  แบบหนักๆในโปรเจกต์ยักษ์ซะนาน เห็นว่าชักอยากได้อะไรเบาๆ เลยเรียกนักแปลตัวเล็กไปคุย คุ้ยหาแนวเรื่องหนุกๆมาเล่นกันอีก ที่จริงก็มีหนังสือคนโน้นคนนี้แนะนำให้อ่านเข้ามาพอสมควร แต่ยังไม่เข้าเป้ากลางใจเลยซักเล่มน่ะสิ  หาหนังสือมาแปลนี่ยากพอๆกะหาแฟนเลยวุ้ย ... เอ้ย! ผิด ผิด ... ยากส์น้อยกว่าหาแฟนนิ๊ดส์นึงว่ะ (เพราะว่าหาหนังสือมาแปลนี่ สามปีเจอแล้วมากกว่าหนึ่งเล่ม อิอิ... แม้ว่าส่วนใหญ่จะยังไม่ได้แต่ง ... เฮ้ย! ... ยังไม่ได้ตีพิมพ์ ก็เหอะนะ)  

เฮ้อ ... คงต้องหากันต่อไป ...

edit @ 8 Apr 2008 17:54:42 by ร้อยคำ

2008/Mar/25

    

หนุ่มๆเสียงเพิ่งเริ่มแตก ยกขบวนไปเก็บฝักนุ่นแต่เช้าตรู่

ปีนได้ไม่เท่าไหร่ มดส้ม (มดแดง) ก็รุมจนต้องถอยกรูด หันมาสอยเอาแทน

-----

ฝักนุ่นเขียวจัดนอนนิ่งเต็มกระสอบ เคยคิดว่าต้องเก็บฝักแห้งมาดึงปุยนุ่น

ที่แท้เขาเก็บฝักแก่ที่ยังไม่แห้งมาทุบจนแตก

ปุยนุ่นในฝักยังชื้น ไม่ฟูฟ่องเข้าจมูกเวลาดึง

แกะเม็ดออกหมดแล้วตากแห้งก่อนยัดเข้าหมอน

-----

เด็กน้อยเด็กมากร่วมแรง

ฟาดฝักนุ่นแตก ดึงปุยจากฝัก

แกะเม็ดออก หมดบ้าง ไม่หมดบ้าง

ระหว่างทางเกิดสงครามปุยนุ่น

-----

หลังสงคราม

ได้นุ่นยัดหมอนสี่ห้าใบ

กับใจเบิกบานกลับคืนมา

-----  

บ้านพักกาสะลอง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ 24 มี.ค. 51)

2008/Mar/25

    

บนแคร่ฟากไม้ไผ่

หลบร้อนนอนเล่น

ลมเย็นโชยแผ่ว

หิมะ ขาว นุ่ม ลอยล่อง

หรือร้อนจนตาลาย?

-----

บนแคร่ฟากไม้ไผ่

ปุยนุ่นกระจาย

ซานตาคลอสหลงมา

นางฟ้าเขินอาย

พาใจโล่งเบา

2008/Mar/25

 

ดอกหญ้าริมทาง

ทุ่งกว้าง

เปลไกว

เด็กหญิงกับดอกไม้

เด็กชายกับของเล่น (ทำกันเดี๋ยวนั้น)

พักกาย-พักใจ

(บ้านพักกาสะลอง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่)