2012/Nov/08

          หลายวันก่อนเมาคนอยู่ในงานสัปดาห์หนังสือหนึ่งวัน เพื่อดูแลอาสาสมัครเลือกซื้อหนังสือให้ห้องสมุดโรงเรียนตามต่างจังหวัด ปีนี้เหล่าอาสามากันเพียบ เลยให้ช่วยเลือกหนังสือให้เจ้าของผลงานที่ได้รางวัลด้วย  ตอนเลือกหนังสือห้องสมุดทุกคนสนุกสนานดี แต่พอเลือกให้เป็นรายคนก็เริ่มมีไม่มั่นใจ ไม่รู้สไตล์หนังสือว่าคนที่เลือกให้ชอบอ่านแบบไหน

          ปัญหานี้น่าปวดหัวเป็นที่สุด เรื่องของเรื่องคืออยากให้เด็กได้มีเงินไปซื้อหนังสือดีๆ หนังสือที่อยากอ่าน แต่จะให้มาเลือกเองก็ดูแลไม่ไหว จะให้เงินสดก็ไม่เหมาะ สุดท้ายตอนนี้ทำใจให้อาสาช่วยเลือก ถือซะว่าเด็กๆ จะได้อ่านหนังสือที่เพื่อนๆ พี่ๆ แนะนำให้อ่าน

          เจอปัญหานี้เข้าเลยคิดถึงบัตรซื้อหนังสือ ในญี่ปุ่นเวลาผู้ใหญ่อยากให้ของขวัญหรือรางวัลแก่เด็กแล้วไม่รู้จะให้อะไร (ขี้เกียจคิด) เป็นบ้านเราก็คงให้เงินไปเลย แต่ที่โน่นเขานิยมให้บัตรซื้อหนังสือ อย่างน้อยคนให้ก็รู้สึกดีว่าทำให้เด็กอ่านหนังสือมากขึ้นอีกนิด หรือเวลามีประกวดแข่งขันสำหรับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ก็จะให้บัตรซื้อหนังสือในราคาเท่ากันแก่เด็กแทนเงินสด เราเองก็เคยได้มาใช้ จำไม่ได้แล้วว่าด้วยเหตุอะไร จำได้แค่ว่าถือบัตรไปเลือกหนังสืออยู่เป็นนาน

 

รูปลักษณ์ของบัตรซื้อหนังสือสมัยเป็นบัตรกำนัล (กระดาษ) มีข้อเสียคือลำบากเรื่องเงินทอน บัตรแบบนี้เลิกขายตั้งแต่ปี 2005

          อาศัยอากู๋ตาเกิ้นตามอ่านเรื่องบัตรซื้อหนังสือได้ความว่า ระบบบัตรซื้อหนังสือของญี่ปุ่นเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 1960  บริษัทส่งเสริมการอ่าน (ที่สำนักพิมพ์ ตัวแทนจำหน่าย ร้านหนังสือต่างๆ ลงขันกันตั้งขึ้นมา) เป็นผู้ผลิตออกมาเพื่อส่งเสริมการขายหนังสือและนิตยสาร ช่วงแรกเป็นสมุดบัตรที่มีบัตรราคาต่ำหลายใบไว้ดึงใช้ เช่นบัตร 20 เยน จำนวน 50 ใบ ช่วงหลังเปลี่ยนมาเป็น บัตรเดี่ยวราคา 100 เยน และ 500 เยน สุดท้ายตอนเลิกขายเหลือชนิด 500 เยนอย่างเดียว ด้วยความที่คนซื้อก็ใช้ง่าย ร้านหนังสือก็รับง่าย บัตรซื้อหนังสือก็เลยใช้ได้ร้านหนังสือแทบจะเรียกว่าทุกร้านในญี่ปุ่น

          แต่อย่างว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เห็นปัญหาแล้วต้องแก้ให้ได้ ตั้งแต่ปี 1990 ก็เลยเริ่มออกบัตรซื้อหนังสือมีแถบแม่เหล็กที่เป็นบัตรพรีเพดเหมือนกัน แต่ใช้เครื่องอ่านจำนวนเงินที่เหลือแล้วเจาะรูให้เห็น (เหมือนบัตรโทรศัพท์ที่รุ่งเรืองสมัยนั้น) แก้ปัญหาเรื่องทอนเงินไปได้ แล้วก็ออกได้หลายราคา ตั้งแต่ 500 เยน จนถึง 10,000 เยน หน่วยงานทั้งหลายทั้งภาครัฐภาคเอกชนเวลาทำของแจกเมื่อก่อนชอบทำบัตรโทรศัพท์เพราะเอารูปลงหน้าบัตรได้ โฆษณาได้อย่างที่ต้องการ ก็มีทางเลือกทำบัตรซื้อหนังสือได้อีกอย่างหนึ่ง จะเลือกให้แค่ 200 เยนก็ได้ไม่มีใครว่า บัตรแม่เหล็กนี้ก็มีข้อเสียเหมือนกันคือไอ้เครื่องอ่านบัตรมันต้องทำสัญญาเช่าอะไรวุ่นวาย ร้านเล็กจริงๆ ขี้เกียจวาง ไม่รับบัตรแบบนี้ก็มี

 

บัตรซื้อหนังสือแบบแถบแม่เหล็ก อันนี้ลายธรรมดา

 

 

โฆษณาของบริษัทรับทำบัตรซื้อหนังสือ รับทำตั้งแต่ 50 ใบขึ้นไป บริษัทห้างร้านมักทำไว้แจกในโอกาสต่างๆ อยากใส่รูปใส่ตัวหนังสืออะไรยังไงก็ได้

 

บัตรซื้อหนังสือลายสวย กลายเป็นของสะสม

      ว่าไปแล้วตอนนี้วงการสิ่งพิมพ์ญี่ปุ่นก็ถูกไอแพด คินเดิล อีบุ้ค รุกรานจนระส่ำระสาย บัตรซื้อหนังสือเลยต้องรุกคืน ออกโฆษณาใหม่ทุกฤดูกาลด้วยพรีเซนเตอร์พิเศษสุด

 

โปสเตอร์โฆษณาบัตรซื้อหนังสือ พรีเซนเตอร์เป็นหมาพันธุ์ชิบะ วางท่าอ่านหนังสือได้เข้ากับฤดูกาล พร้อมคำโปรย “บัตรซื้อหนังสือ-ได้แล้วอยากอ่านหนังสือขึ้นมาเลย”

เมืองไทยจะสนับสนุนการอ่าน กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองหนังสือโลกทั้งที สนใจทำอะไรแบบนี้บ้างมั้ยเนี่ย ขอแค่เป็นบัตรกระดาษแบบบัตรกำนัลก็ได้ จะคิดค่ากระดาษนิดหน่อยก็ไม่ว่ากัน ขอให้มีเถอะ ผู้ใหญ่ที่ชอบให้รางวัลเด็กอย่างเราจะรีบอุดหนุนทันที

edit @ 8 Nov 2012 18:30:42 by ร้อยคำ

Comment

Comment:

Tweet