ช่วงนี้งานไม่เร่งมาก เลยกลับเข้าโหมด “ค้นหา” ซะหน่อย
เริ่มจากค้นหาหนังสือที่อ่านจนจบได้โดยไม่อนุญาตให้เล่มอื่นมาแทรก
โชคดีเจอตั้งเล่มนึง
อื้อฮือ ... อ่านแล้วฟุ้งซ่านกลับไปวัยเด็กดีแท้ สี่ชั่วโมงบนรถเมล์ไป-กลับสำนักพิมพ์เจ้าประจำ (ที่ไกลบ้านโคตรๆ) อ่านไปได้แค่ร้อยหน้าเอง ... ตั้งใจอ่านจริงๆนะ ไม่ได้ฟุ้งซ่านเรื่องอื่นซักนิด
กนกพงศ์เล่าเรื่องทีไร เป็นสำนวน “ชาวบ้านเล่าเรื่อง” ทุกที ไม่มีความยากที่ตัวอักษรให้ต้องแปลไทยเป็นไทยให้เสียรส มีแต่พฤติกรรม คำพูด และบรรยากาศให้ตีความตีขลุมไปตามใจคนอ่าน หลายเรื่องในเล่มนี้เป็นการเล่าจากปาก(กา)คนตัวเล็ก กนกพงศ์ทำได้ไม่กระแดะ (ขออภัยถ้ารู้สึกว่าคำนี้ไม่สุภาพ) ไม่สนใจ ไม่เอาใจใคร เป็นอิสระเต็มที่ ขอยกนิ้วโป้งให้หลายๆที ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่า พี่แกไม่น่าตายก่อนวัยอันควรเล้ย กว่าเราจะเจอนักเขียนที่มีผลงานเตะเข้าเป้ากลางใจได้มากกว่าหนึ่งเล่มน่ะยากเย็นยังกะอะไรดี แทนที่จะอยู่ให้เราได้อุดหนุนไปนานๆ ... เสียดายสิ้นดี ...
ไม่อยากเปิดเผยเนื้อเรื่องมากกว่านี้ เอาตอนท้ายคำนำเรื่องจากสำนักพิมพ์มาลงดีกว่า
คนตัวเล็ก จึงเป็นโลกแห่งความคิดอันสวยงาม เป็นโลกจินตนาการ ที่เราอาจขลาดกลัว-ขัดแย้ง-ต่อสู้กับสิ่งนี้เหมือนสิ่งแปลกหน้า
หากมองลึกลงไป เราจะเห็นความจริงว่า โลกของคนตัวเล็กเป็นโลกใบใหญ่ ขณะโลกของคนตัวใหญ่กลับเล็กลงเรื่อยๆ พร้อมกับความสุขที่ลดลงตามมาเป็นสัมพันธภาพสอดคล้องต้องกัน
-----
สำนักพิมพ์เจ้าประจำที่หายหน้าไปมี ความสุข แบบหนักๆในโปรเจกต์ยักษ์ซะนาน เห็นว่าชักอยากได้อะไรเบาๆ เลยเรียกนักแปลตัวเล็กไปคุย คุ้ยหาแนวเรื่องหนุกๆมาเล่นกันอีก ที่จริงก็มีหนังสือคนโน้นคนนี้แนะนำให้อ่านเข้ามาพอสมควร แต่ยังไม่เข้าเป้ากลางใจเลยซักเล่มน่ะสิ หาหนังสือมาแปลนี่ยากพอๆกะหาแฟนเลยวุ้ย ... เอ้ย! ผิด ผิด ... ยากส์น้อยกว่าหาแฟนนิ๊ดส์นึงว่ะ (เพราะว่าหาหนังสือมาแปลนี่ สามปีเจอแล้วมากกว่าหนึ่งเล่ม อิอิ... แม้ว่าส่วนใหญ่จะยังไม่ได้แต่ง ... เฮ้ย! ... ยังไม่ได้ตีพิมพ์ ก็เหอะนะ)
เฮ้อ ... คงต้องหากันต่อไป ...
edit @ 8 Apr 2008 17:54:42 by ร้อยคำ