ช่วงนี้มีแต่คนเอาหนังสือจริงจังมาให้อ่านแฮะ
นี่เรากลายเป็นคนจริงจังไปตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า???
ทำไม? คนไข้ไม่ฟ้องหมอ โดย อารยา ชูผกา
พิมพ์เมื่อตุลาคม 2550
เล่มนี้ป๊ะป๋าโยนมาให้หมอฟันมือหนึ่งในบ้าน เมื่อครั้งที่อาเจ้แกบ่นเป็นตุเป็นตะเรื่องคนไข้โรงพยาบาลเอกชนเรื่องมาก เอะอะก็จะฟ้องท่าเดียว
สมัยที่โรงพยาบาลยังคงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ขนาดหาได้ยากยิ่งกว่าธรรมชาติสมัยนี้ คุณหมอส่วนใหญ่ยังใจดีรักษาแบบแทบไม่เก็บสตางค์ ญาติคนไข้มีเท่าไหร่หมอจำได้หมด (ก็เตียงมันน้อย ...) สมัยนั้นเรื่องฟ้องร้องคงแทบไม่เคยอยู่ในสมองคนไข้ แค่หมอดูแลรักษาให้อย่างดีก็บุญแล้ว
สามสิบปีผ่านไป ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ โรงพยาบาลบางแห่งกลายเป็นสถานเสริมความงาม บางที่แทบจะกลายเป็นโรงแรมหรู ก็คงไม่แปลกที่หมอจะกลายพันธุ์เป็นนักล่าเงินในเสื้อกาวน์ คนไข้เลยต้องปรับตัว จ่ายไปแล้วไม่ได้บริการตามต้องการล่ะก็ ฟ้องทันที
นอกจากเรื่องพื้นๆอย่างการเอาใจใส่ให้ข้อมูลกับคนไข้และญาติ ตั้งใจดูแลเคสอย่างจริงจัง ที่มันเคยมีมาก่อนแต่สมัยนี้หายไปไหนได้ยังไงไม่รู้ ยังมีอีกเรื่องนึงที่ดูจะใหม่กับสังคมไทย คล้ายๆเคสมินามาตะที่เพิ่งผ่านมาพอดี
ท่านนักวิชาการกฎหมายที่โขกสับล่ามจนเละไม่มีชิ้นดี ยกคำพิพากษาของศาลจังหวัดนีงาตะ ในคดีโรคมินามาตะที่ญี่ปุ่นมาอ้างให้ฟัง(และอ่าน) ดังนี้จ้า
"ในคดีมลพิษที่เกี่ยวกับสารเคมีนั้น การเรียกให้ผู้เสียหายเป็นฝ่ายนำสืบในวิชาวิทยาศาสตร์ ย่อมไม่เหมาะสมในแง่ของความเป็นธรรม อันเป็นหลักพื้นฐานของระบบกฎหมายละเมิด ถ้าอาการของโรค ใช้วิทยาศาสตร์อธิบายได้เป็นเหตุเป็นผล ว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดขึ้นกับผู้ป่วย เพียงด้วยการรวบรวมพยานหลักฐานแวดล้อมกรณีเช่นนี้ จึงจะพิสูจน์ได้ในแง่กฎหมายตามหลักเหตุและผล แต่กรณีที่ใครๆก็ไม่อาจพิสูจน์อะไรได้มากไปกว่าข้อเท็จจริงที่ว่า จำเลยเป็นผู้ปล่อยมลพิษ เช่นนี้แล้ว ... ถ้าฝ่ายโรงงานพิสูจน์ไม่ได้ว่า ตนไม่ใช่ผู้ปล่อยมลพิษ ก็ย่อมต้องถือว่าโรงงานนั้น คือผู้ก่อให้เกิดโรคขึ้นกับผู้ป่วย"
อ่านตามประสาคนธรรมดาม่ายช่ายนักวิชาการ ได้ความว่า ไอ้วิธีการตัดสินความผิดแบบหาพยานหลักฐานมาให้พร้อมซะก่อนว่ามันเป็นต้นเหตุ ข้าถึงจะบอกว่ามันผิดน่ะ ไม่ควรเอามาใช้ในเรื่องนี้ ถ้าหากมันหาข้อแก้ตัวว่ามันไม่เกี่ยวไม่ได้ล่ะก็ มันก็ต้องยอมรับว่ามันผิดนั่นแล
ใน ทำไม?คนไข้ไม่ฟ้องหมอ พูดถึงระบบจ่ายค่าชดเชยก่อนเลยส่วนหนึ่งเมื่อเกิดความเสียหายกับคนไข้ โดยไม่ต้องพิรี้พิไร เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับโรงพยาบาล ถึงหมอไม่ถูกแต่หมอก็ไม่ผิด จนถึง อยากได้ค่าเสียหายก็หาตังไปจ้างทนายมาฟ้องเซ่! ซึ๋งยิ่งคุยกันก็ยิ่งอยากตะบันหน้ากันเข้าไปทุกที เรื่องมดเรื่องหมอนี่มันพูดยากจะตาย ฟ้องมากๆหมอก็เลิกเป็นหมอ หันไปเป็นหมา ... เอ๊ย เป็นนักบริหารนักการเมืองอะไรไปซะหมด ทีนี้ไอ้พวกเราๆนี่แหละที่จะลำบากเวลาป่วย
คงต้องใช้มาช่วยกัน ทั้งคุณหมอทั้งหลายให้ปฏิบัติกับคนไข้ดีๆหน่อย พูดจากันให้รู้เรื่อง แนะนำคนไข้ให้ครบๆ อย่าแนะแต่ทางแพงสุดขีดกะฟันท่าเดียว ดูแลติดตามคนไข้ให้มันสมกับเป็นอีกชีวิตนึงที่ก็มีค่าเท่ากับหมอนั่นแหละ แล้วก็มีระบบจ่ายค่าชดเชยเลยส่วนหนึ่ง โดยไม่ต้องให้ทั้งหมอทั้งคนไข้หันหน้ามาฟาดฟันกันว่า ชั้นไม่ผิด แกแหละผิด ทั้งๆที่คนไข้และหมอ(ส่วนใหญ่)ก็(น่าจะ)จ๋อยอยู่แล้วเมื่อเกิดอะไรเสียหายอย่างที่ไม่น่าจะเกิด เรียกว่าเอาใจรักษาใจ เอาเงินรักษากาย (หวังว่า)อะไรๆมันก็น่าจะดีขึ้นนะ
โฆษณาให้ฟรีๆ หนังสือดีไม่มีราคา เข้าใจว่าขอได้ที่นี่
โครงการสนับสนุนการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุขสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
อาคาร จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ชั้น 27 เลขที่ 200 หมู่ 4 ถ.แจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี 11120
โทรศัพท์ 02-8314000 ต่อ 7455 โทรสาร 02-8314028
edit @ 12 Mar 2008 15:23:30 by ร้อยคำ