สมองที่ตึงเล็กน้อยยังไม่ทันคลาย ก็แทบตายกับสุดหฤโหดโคตรเหนื่อยในวันสุดท้าย วันนี้เราจะพากันไปดูนิคมรุ่นน้องที่กำลังเดินตามรอยมินามาตะไปติดๆ งานนี้ทั้งทีมพร้อมใจกันตื่นแต่เช้า เพื่อจะไปดูนิคมทั้งจากมุมไกล และเข้าไปข้างในให้เห็นกันจะจะ เอ้า มาดูมุมไกลกัน แฮ่! พอดีไม่มีรูปคับ เอารูปหาดมหัศจรรย์ เอ๊ย หาดแสงจันทร์ไปดูซะก่อน
อีกหนึ่งอเมซิ่งไทยแลนด์
หาดแสงจันทร์ พระจันทร์ดันเรียงแถวกันเป็นร้อยๆดวง
โอ้โฮเฮะ เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวจริงๆด้วยนะ เอ ... แต่ว่าปกติพระจันทร์มันมีอยู่ดวงเดียวนี่หว่า ไหงตรงนี้มีเรียงกันเต็มไปหมด สอบถามจากไกด์หนุ่มของโรงแรมได้ความว่า เดิมตรงแถวนี้ไม่มีหาดหรอก เล่นน้ำไม่ได้เลย แถมบางฤดูคลื่นก็แรงมาก ทำความเสียหายให้เรือให้บ้านเรือนแถวนี้ เทศบาลก็เลยลองเอาหินมากองในทะเลสองสามจุด อ๊ะ เกิดชายหาดรูปจันทร์เสี้ยวขึ้นมา ประชาชีแถวนี้ตื่นตาตื่นใจพากันมาปิคนิคใหญ่ เทศบาลเลยได้ใจ วางมันตลอดแนวเป็นสิบกิโลเลย จะได้เป็นที่ท่องเที่ยว มีคนมาเล่นน้ำ ชาวบ้านจะได้ขายอาหาร นายทุนจะได้ขายห้องพัก หนุ่มสาวจะได้ขาย ... อุ๊บ ! ขายทัวร์ไงเล่า เฮ้อ ! เศร้าว่ะ หาดหน้าตามหัศจรรย์ เกิดมาเพื่อเป็นแหล่ง(หลอกนัก)ท่องเที่ยว มองออกไปไกลๆเห็นปล่องโรงงานในนิคมอยู่ในสายหมอก ยิ่งเศร้าเข้าไปใหญ่
พอเข้าไปในนิคม ก็เจอภูเขาลูกมหึมา น้องเจ้าหน้าที่เทศบาลเริ่มบรรยาย รุ่นพี่อดีตบิ๊กมือขวาสว.อาสาล่ามให้ฟังว่า ในนิคมแห่งนี้มีบริษัทรับกำจัดขยะ มาเลยคับ พี่โรงงานไหนมีของเสีย ผมจัดการได้ อะไรทำนองนั้น ขยะที่ว่าเขาจะเอามาฝังกลบ ซึ่งคนไปดูพากันทำหน้างง นี่มันฝังตรงไหนวะ ก็เห็นกองทิ้งเป็นภูเขาเอาผ้าพลาสติกมาปิดไว้เฉยๆ ตูละงง?? ไกด์พื้นที่ของเราพาไปถึงปากคลองที่น้ำเสียจะไหลลงทะเล ชี้ให้เราดูคราบน้ำสีสนิมที่เกาะบนหินฝั่งตรงข้าม ปรากฏการณ์น้ำแดงนี่เกิดมาหลายหนแล้ว แจ้งไปทีกรมควบคุมมลพิษ (น่าจะเปลี่ยนเป็น กรมตรวจวัดมลพิษ ท่าจะเหมาะกว่า) ก็มาดูๆ เก็บตัวอย่างไปตรวจ แล้วก็งุบงิบทำอะไรไม่รู้ น้ำก็หายแดงที ครั้งล่าสุดเกิดเมื่อราวๆเดือนตุลาปีที่แล้วนี่เอง
ตรงนั้นมีพี่ชาวประมงกำลังเก็บอวนอยู่สองสามคน อาจารย์จบ America รีบหาข้อมูลทันที "ยูว่าตั้งแต่มีโรงงานเนี่ย จับปลาได้เปลี่ยนแปลงไปมั้ย" พี่เค้าว่าทำประมงมาตั้งแต่เกิด กุ้งหอยปูปลาเดี๋ยวนี้แทบจะไม่มี อยากเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นก็ไม่รู้จะทำอะไรได้ "แล้วยูว่าไอ้ที่กุ้งหอยปูปลาหายไปเนี่ย มันเกี่ยวกับโรงงานมั่งมั้ย" พี่หัวเราะแค่นๆ ตอบทันที "ก็น่าจะเกี่ยวอย่างน้อยซักห้าสิบเปอร์เซ็นต์แหละ" อาจารย์พยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะวิ่งไปขึ้นรถเพราะว่าเกินเวลาในกำหนดมาพักใหญ่แล้ว
"มันต้องเกี่ยวก๊ะโรงงานอย่างน้อยซักห้าสิบเปอร์เซ็นต์ละ"
(อย่าลืมทำสำเนียงระยองฮิ)
นั่งรถกลับมาที่เทศบาล กินข้าว แล้วก็เข้าห้องประชุม ช้าไปเกือบชั่วโมงแน่ะ (ก็เล่นวิ่งรถย้อนไปย้อนมาอยู่นั่นแล้ว) มาถึงทางเทศบาลก็รีบเปิดวีดีโอแนะนำงานของสำนักงานทันที ฮี่ ฮี่ อย่าให้เซดเลย ดูแล้วไม่รู้เลยว่าความจริงเป็นยังไง มันดูดี๊ดีไปซะหมด จบจากวิดีโอค่อยกลับมาสู่ความเป็นจริงหน่อย แผนกที่ดูแลเรื่องสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เอาข้อมูลปัญหาออกมาเล่าให้เรารู้ พี่แกสปีดสุดขีด ทำเอาล่ามฟังไม่ทันไปหลายตอน ก็นิคมแห่งเนี้ยอมปัญหาไว้สารพัดรูปแบบ ตั้งแต่ปล่อยฝุ่นออกมาจนเด็กนักเรียนแทบขาดใจตาย จนมาแย่งน้ำกับชาวบ้านที่ทำการเกษตรมาแต่อ้อนแต่ออกเมื่อแล้งก่อน คนแถวนั้นฮิตโรคมะเร็งมากกว่าค่าเฉลี่ยในไทยแลนด์ตั้งไม่รู้เท่าไหร่ คุณพี่ที่สำนักงานเทศบาลแกก็มีตัวเลขมีกราฟให้ดูกันอย่างจะๆเยอะมาก แกก็เลยรีบๆพูด กลัวเดี๋ยวได้ดูไม่ครบมั้ง
หลังเทศบาลแถลงการณ์ไปแล้ว ชาวมินามาตะก็พูดด้วยสปีดสุดขีดอีกเหมือนกัน เวลาเค้าสปีดกันแบบนี้ล่ามคนไหน CPU ไม่ดีอาจจะสมองไหม้โดยไม่รู้ตัว ดีที่พูดกันมาสองวันพอจำได้แล้ว ก็เลยไม่มีปัญหา มาแย่เอาตรงช่วงคำถามตอนสุดท้าย ที่ล่ามหนาวจนฉี่จะราดไม่ราดแหล่ ก็แอร์มันเย็นเจี๊ยบ แถมเสื้อหนาวก็ดันลืมไว้เก้าอี้ตัวเก่าตอนรีบย้ายที่ (ตอนนั่งใหม่ๆยังไม่เย็นก็ถอดพาดเก้าอี้ไว้) เสียงก็ก้องไปก้องมา คนเหยียบสองร้อยที่นั่งก็ไม่ได้ตั้งใจฟังซักเท่าไหร่ คุยกันเองซะมากกว่า สมาธิล่ามก็เลยกระเจิดกระเจิง วงสนทนาวงใหญ่ทำท่าจะจบจะจบ แต่ก็ไม่จบซะที พอถึงนายกเทศมนตรีกล่าวปิดท้าย ล่ามก็ไม่สนใจแล้วโว้ย ! ลุกขาสั่นพั่บๆวิ่งตรงไปห้องน้ำทันที โอ....ย .... ได้ปลดปล่อยซะที ตั้งแต่บ่ายสองยันห้าโมงเย็น นอนสต๊อป คนอื่นอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ล่ามที่ต้องคอยจิบน้ำรักษาเสียงเนี่ย ไม่มีเวลาปลดปล่อยทุกข์บ้างมันก็โหดเกินไปนะพี่
จบงานนี้ สรุปว่าเป็นงานหฤโหดที่มันส์เกินห้ามใจ (สงสัยเป็นพวกเอ็ม-ชอบโดนซาดิสม์) ยิ่งเรื่องมีคนหลายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องมันก็ยิ่งล่ามยาก (ต้องเปิดดิคในหัวหลายเล่ม) ถึงสมองจะบวมไปหลายวันแต่ก็มันส์จริงๆ ถ้ามีคราวหน้าเอาลงพื้นที่หลายๆวันหน่อยนะจ๊ะ ล่ามชอบคุยกะชาวบ้านมากกว่านักวิชาการน่ะ นะ นะ ...
คำเตือนสำหรับเพื่อนร่วมอาชีพล่าม : ก่อนเริ่มงานต้องไปบีบคอฝ่ายผู้จัดให้พักทุกๆ 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ม่ายงั้นท่านอาจเกิดอาการเรี่ยราดกลางธารกำนัล แก้ผ้ายังไงก็เอาหน้าไม่รอดเด้อ !
(ขอบคุณ: คุณหนุ่ม เอื้อเฟื้อภาพ)
edit @ 9 Mar 2008 20:45:20 by ร้อยคำ