2008/Mar/09

ขึ้นวันใหม่ เป็นวันที่ไม่ต้องเดินทางแต่งานล่ามเต็มทั้งวัน ถอดดิคนโยบายสุขภาพออกไปจากสมอง เก็บไว้แต่ดิคมินามาตะ มามะ ลุยกันต่อ

กลับมายืนที่เดิม ... ที่ที่เคยคุ้นตา ... หนึ่งปีผ่านไปล่ามน้อยก็มาที่ห้องประชุมแปดเหลี่ยมในมหาลัยกลางใจเมืองอีกครั้ง วันนี้ครึ่งเช้าเป็นการปล่อยของของชาวมินามาตะแบบเต็มเหยียด ตบหัวตบท้ายด้วยอาจารย์มหาลัยชาวญี่ปุ่น ที่สปี๊คภาษาญี่ปุ่นม่ายค่อยจาชักเท่าไหล่นา คือแกไปเรียน America มาน่ะ สงสัยเรียนนานไปหน่อยสำเนียงเลยเพี้ยน

 

ห้าผู้ยิ่งใหญ่ (งานนี้ล่ามได้หลบอยู่ในมุมสงบ)

วันนี้ท่านอาจารย์โต้โผใหญ่เริ่มปาฐกถาแบบพูดเองเออเอง เอ๊ย พูดเองแปลเอง ก็แกเล่นโยนสคริปต์มาให้ก่อนพูดซัก 5 นาทีได้มั้ง ด้วยความกล้าหน้าด้านของล่าม บวกกับรู้อยู่แล้วว่าแกน่ะพูดญี่ปุ่นได้ ก็เลยเสนอให้แกแปลคำพูดของแกเองซะเลย อยากเอาสั้นเอายาวแค่ไหนก็ว่าตามสบาย แกชะงักนึดนึง แล้วก็ เอางั้นเรอะ ก็ได้ฮ่าฮ่า เสร็จตูไปหนึ่ง

อาจารย์ญี่ปุ่นสำเนียง America กับชาวมินามาตะน่ะ เค้าเอ็นดูล่ามเป็นอย่างยิ่ง พูดแทบจะตามสคริปต์เป๊ะๆ ถ้าใคร(ที่ไปนั่งฟังวันนั้น)ฉลาดหน่อย เปิดเอกสารที่เค้าแจก ก็จะพบว่า ที่ล่ามนั่งฟังเฉยแทบไม่ต้องจดแต่แปลได้น้ำไหลไฟดับน่ะ เพราะว่ามันมีเอกสารอยู่แล้ว แฮ่ม! แต่เอกสารนั่นน่ะข้าพเจ้าก็แปลเองนะ เป็นไง ใช้ได้บ่? จะมีคนชอบมุกก็คุณลุงหัวสิงโตอยู่คนเดียว บางมุกเล่นสดแบบล่ามไม่เคยได้ยิน ไอ๊หยา ... ดีที่เราก็คนมีมุกเหมือนกัน พอไล่ทันแกอยู่

ในห้องประชุมแปดเหลี่ยมจุ 150 คน เต็มพอดีๆ

เข้าสู่ช่วงคำถาม ที่นี่ล่ะต้องล่ามสดกันแล้ว แค่คำถามแรกก็ช็อคซีเนม่าทันที ดันเปิดรายการด้วยคุณทนายน่ะสิ เรื่องโรงเรื่องศาลยิ่งไม่ค่อยถูกกันอยู่ ก็ อโน่... เอ่โต่ ... พอรู้ความ แก้ผ้า เอ๊ย ขายผ้าเอาหน้ารอดไปได้ คำถามอื่นๆน่ะพอทำเนา ไอ้ที่สุดโหดมหาโหดจริงๆอยู่ตรงท่านนักวิชาการกฎหมายท่านหนึ่งที่ในรายการใส่ไว้เป็นคอมเมนเตเตอร์ (มะใช่งานล่าฝันซะหน่อย มีทำไมก็ไม่รู้แฮะ) ดั๊น! หยิบยกเอาคำพิพากษาของศาลมาคำต่อคำ ไอ้เอกสารของแกน่ะก็เอามาแจกหน้างาน อะฮั้นไม่ได้หยิบมา (นึกว่าเอกสารสำคัญอยู่ในมือฉันหมดแล้ว) ต้องรีบไปจิ๊กคุณหนุ่มที่อยู่ข้างๆ แล้วก็หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ... ศาลเจ้าขา กรุณาให้ความเป็นธรรมกะหนูด้วย ... อะจึ๋ย ... แปลแบบรวบรัดตัดความเต็มที่เลยฮ่ะ พอจบท่านก็ดันหันมาแซว ล่ามของเราเก่งมากเลยนะครับนี่นี่ ... ถือว่าแก่แล้วแกล้งเด็กเรอะ อีชั้นน่ะอยากจะกัดลิ้นตายซะเดี๋ยวนั้น ยัง ... ยังไม่พอ ท่านอาจารย์แกดันยกคำพิพากษาออกมาเชือดล่ามอีกสามตลบ โอ๊ย ... รอดปากเหยี่ยวปากกามาคราวนี้ คงปากกล้าหางานล่ามในโรงในศาลได้ซะทีละมั้ง (ล้อเล่นน่า ... ใครมันจะอยากใส่สูททำงานฟะ)

ช่วงบ่ายเป็นรายการคุยวงเล็ก ... ที่จริงก็ไม่เล็กนักหรอก ซัก 30 คนได้ แต่ถ้าเทียบกับ 150 คนช่วงเช้าก็นับว่าสบายกว่ามาก บรรยากาศก็เป็นกันเอง เพราะดันมีรุ่นพี่รุ่นเพื่อนแซวกันไปกันมาหลายคน นับว่าเป็นการเสวนาวงเล็กน่ารัก แต่ถ้าถามว่าได้อะไรมากมั้ย มันก็ไม่ค่อยได้อะไรหรอก แค่แนะนำตัวให้ครบทุกคนก็ปาเข้าไปเกือบชั่วโมงแล้ว จะคุยอะไรมันก็เลยครึ่งๆกลางๆ แถมชาวบ้านยังไม่ทันนักวิชาการ กว่าจะได้พูดก็โน่น เกือบจะหมดเวลาอยู่รอมร่อ    หมดหน้าที่วันที่คิดว่าหินที่สุด สมองก็ตึงๆพองาม รีบหนีกลับบ้านนอนผึ่งพุง (และสมอง) วันสุดท้ายในพื้นที่ยังรออยู่ ...

คำเตือนสำหรับเพื่อนร่วมอาชีพล่าม :  หาข้อมูลล่วงหน้าซักนิดว่าจะมีใครมานั่งในวงสนทนาให้เราล่าม มีใครพูดทั้งสองภาษาได้บ้าง ถ้ามีเวลาระหว่างงาน แอบไปงุบงิบซุบซิบแกมขอร้อง ให้ท่านคนนั้นพูดเองทั้งสองภาษา เราจะได้ไม่เหนื่อยมาก หรือถ้าเพิ่งรู้ระหว่างล่ามและอยู่ในสถานการณ์ที่คุมได้ไม่ซีเรียสเกินไป ก็ทำขำๆโยนให้กันตรงนั้นเล้ย (ข้าพเจ้าทำสำเร็จมาแล้ว ฮา ...)

edit @ 9 Mar 2008 18:37:37 by ร้อยคำ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home