แม่เจ้าโว้ย ใครช่างเลือกวันได้เหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ ! เริ่มงานกันวันแรกก็วาเลนไทน์ซะ ช่างเป็นความกรุณาที่คุณหมอ อ.เล็ก อุตส่าห์ส่ง powerpoint ที่คุณหมอ อ.ใหญ่ จะบรรยายมาให้เราล่วงหน้าตั้ง 1 วัน ซึ่งก็เป็น 1 วันที่อีนี้ฉันยังอยู่ระยองอยู่เล้ย มาเปิดเจอไฟล์ตอน 2 ทุ่มเข้าไปแล้ว จ๊า...ก ! ว้า...ก ! เฮ้ย ! ทำไงดีอ่ะ? นโยบายสุขภาพของประเทศไทย ดันให้สุขภาพมีทั้งทางกาย ทางจิต แล้วยังแถมจิตวิญญาณเข้าไปอีก ไอ้จิตกะจิตวิญญาณนี่มันต่างกันยังไงฟะ? ภาษาญี่ปุ่นมันมีมั้ยล่ะเนี่ย ? แล้วไอ้สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขานี่ตูจะแปลว่าจั๋งได๋??? นั่งเปิดไฟล์ไปทีละหน้า พลางเพ่งสมาธิพึมพำหาศัพท์ยังไง กุมารทองก็ไม่ยักออกมาช่วย จนปัญญาต้องตั้งหน้าตั้งตาแปลกันจริงๆจังๆ กว่าจะเสร็จแบบคิดว่าอ่านรู้เรื่องก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่า คุณหมอขา ... พรุ่งนี้ช่วยลูกช้างด้วยเด้อ ... กำลังบนบานอยู่ดีๆชะรอย หมอ อ. เล็ก จะได้ยินเสียงบน รีบส่งอีแมวมาว่า ไม่ต้องห่วงคับ รับรองว่าเราจะพูดให้เข้าใจง่ายอย่างที่สุดเลย ... เอ่อ ... ว่าแต่ว่าง่ายของคุณหมอเนี่ยมันน่าสงสัยอยู่นะเคอะ ขนาดเอกสารสรุปยังทำเอาอีฉันแทบหมดลม
ถึงวันจริง พบว่าทำถูกที่สุดที่คืนก่อนกลั้นความง่วงทนแปลเอกสารจนเสร็จ ก็คุณหมอๆแกเล่นซีร็อกซ์ powerpoint ภาคภาษาไทยแจกชาวมินามาตะเฉยเลย ! ใครมันจะอ่านออกฟะ เอ้า เอาไป อีฉัน service สุดขีดแปลมาให้ฟรีๆย่ะ รีบซีร็อกซ์มาเร็วๆเข้าก่อนจะโดนชาวมินามาตะประนาม(ในใจ)เหมาประเทศ
หลังจากคุณหมอ อ.ใหญ่ อ.เล็ก "คนนี้ซีวะ ฮามาซิ(เดี๋ยวกู)เตะ" (คอนนิจิวะ ฮาจิเมะมาชิเตะ) พลางยื่นนามบัตรแลกกะชาวญี่ปุ่นตามธรรมเนียม ล่ามก็เริ่มบรรเลงประวัติของสำนักงานชื่อใหม่เอี่ยม (แต่ตึกเก๊าเก่า) คุณหมอ อ.ใหญ่ดันแถมรายละเอียดกฎหมายพรบ.สุขภาพแห่งชาติคำต่อคำ ที่เพิ่มขึ้นมาในสไลด์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ล่ามถึงกับเหงื่อตก เอ่โต่ โอ่ .. อ่า ... สารพัดกว่าจะถูไถไปได้ ถึงจะเตรียมตัวขนาดแปลเอกสารด้วยความสมัครใจไม่ได้กะตังซักสลึง สุดท้ายเรื่องนโยบายก็ยังเป็นยาขมสำหรับล่ามแนวพื้นบ้านอย่างเราอยู่ดี เฮ้อ เหนื่อย !
เรื่องราวจากฝั่งมินามาตะง่ายกว่ากันเยอะ ค่าที่แทบทุกคนพูดตามสคริปต์ที่ส่งมาให้เราแปลล่วงหน้า ที่สุดยอดประทับใจคืออดีตนายกเทศมนตรี แกอายุตั้งเจ็ดสิบกว่า หูตึงจนต้องใส่เครื่องช่วยฟัง แต่ก็ยังกระฉับกระเฉง กระดิกหูตามล่ามเด็กน้อยอย่างเราได้ตลอดไม่มีพลาดเลยละ
บรรยากาศเหมือนจะซีเรียส ที่จริงออกจะกันเองเนอะ
ความหฤโหดนอกจากจะอยู่ที่เรื่องนโยบายกับกฎหมายสุขภาพ ยังมีมาอีกเป็นกุรุส จากอาตี๋น้อยผู้ให้ข้อมูลปัญหานิคมอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่เจ้าประจำได้กระชับ เข้าใจง่ายมาก ถึงยังงั้นก็เหอะ ศัพท์สารพันแวดวงพากันหลั่งไหลออกมาทับหัวล่ามตัวเล็ก ทั้งเรื่องหมอๆของการพิสูจน์โรค(ที่เกิดจากมลพิษ) การฟ้องร้องสารพัดศาล การจ่ายค่าชดเชย ปัญหานโยบายรัฐ นักการเมืองเลว แรงงานอพยพ การจัดการของเสียจากอุตสาหกรรม และอื่นๆอีกร้อยแปด นับถืออาตี๋จริงๆ (ได้ข่าวว่าเจ๊ใหญ่ที่นั่งข้างๆคือตัวจริงเสียงจริงที่ไปมินามาตะมาเมื่อปีก่อน แล้วเขียนบทความเรื่องโรคมินามาตะอย่างละเอียดจนเราอ่านทะลุรู้แจ้งเห็นจริงไปหลายเรื่อง) ล่ามก็ ... มั่วไปเรื่อยตามประสา ถึงศัพท์จะไม่หรู ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ แต่ก็ดำผุดดำโผล่ความหมายคร่าวๆให้ชาวมินามาตะพอพยักหน้าได้(ก็บุญแล้วโว้ย)
รอดตายไปหนึ่งวัน สา ...ธุ
โฉมหน้าผู้หย่ายทั้งหลายและแขก (ญี่ปุ่นตะหาก)
คำเตือนสำหรับเพื่อนร่วมอาชีพล่าม : ไม่ว่าใครบอกจะว่าเรื่องที่จะพูดกันมันง่ายขนาดไหน อย่าไปหลงเชื่อเป็นอันขาด รีบจิกขอเอกสารโดยไว ถ้าเขายังไม่ให้สักทีต้องจิกถี่ๆจนกว่าจะได้ อ่านซะให้ทะลุ ถ้ามันยากโคตรล่ะก็ แปลไว้เลยอย่างน้อยก็ให้ตัวเองได้อุ่นใจ ไม่ต้องหนาวเวลาแปลจริง แล้วก็ไปหาเอกสารอ่านประกอบมาผ่านตาไว้เยอะๆ อินเตอร์เน็ตนี่ล่ะ แหล่งข้อมูลสุดยอดแล้ว