ทำท่าเหมือนรับอิทธิพล JIMOTO-GAKU (ท้องถิ่นศึกษา) จากคุณยามาโมโต้ นักปรัชญาประจำเทศบาลเมืองมินามาตะเข้าไปจังๆ วันนี้เลยได้ลุกขึ้นมาตั้งปัญหา น้ำในบ้านเดินทางไปไหน? ฟังดูวิชาการดี แต่ที่จริงคือเบื่อเสียงตอกเสาเข็มกวนประสาท สร้างกันเข้าไปเพื่อนบ้านเรา สองปีนี่ 4 หลังแล้วนา ... หลังนี้เห็นว่าเป็นห้องแถว 3 ชั้น เฮ้อ ! ชักอยากให้โลกนี้กลับสู่ยุคหิน จะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงกวนประสาทพวกนี้ ใช้สมองทำอะไรไม่ได้ลงท้ายหันมาใช้แรงงานดีกว่า
คูระบายน้ำทิ้งหลังบ้านเมื่อก่อนเป็นคูซีเมนต์ไม่มีฝาปิด (ไม่รู้เค้าสร้างยังไง)มีน้ำขังตลอดเวลา คนหัวใสกลัวยุงวางไข่เลยสั่งช่างให้ปิดท่อซะ มีรูเหลือเปิดได้อยู่ 2-3 ช่วง ทีนี้คนทำคนสั่งทำพากันอำลาโลกไปโดยไม่สั่งเสีย แล้วก็อย่างว่า เรื่องเหม็นๆแบบนี้มักไม่มีใครคิดถึง จนกระทั่งชักรู้สึกว่าหมู่นี้ฝนตกนิดตกหน่อยน้ำก็ท่วมทันที ออกจะบ่อยเกินไปหน่อย ฤกษ์ดีวันนี้สองกรรมกรประจำบ้านเลยลุกขึนมางัดฝาท่อเล่น (ไม่เจียมอีกแล้วโยม)
โอ้โห !! ไม่จืด! (ใครยังไม่ได้กินข้าวกรุณาเลิกอ่าน) กลิ่นสุดจะทานทน ในน้ำดำปี๋มีวัตถุสีขาวเหมือนไขไม่สามารถระบุชนิดได้(ในขั้นแรก) ก้อนเท่ากำปั้นลอยฟ่องกับอุดท่อไว้เป็นระยะ อะไรฟะเนี่ย?? เก็บตัวอย่างมาพินิจพิจารณา แล้วก็ได้แต่ร้อง ไอ๊หยา !! ไข-มัน นั่นเอง! น้ำจากอ่างล้างจานบวกน้ำแฟ้บซักผ้า เกิดปฏิกิริยาท่าไหนไม่รู้ทับถมกันมานานปี อ๊า...กกก กว่าจะแคะควักออกมาให้น้ำพอไหลสะดวกสองกรรมกรก็ได้กลิ่นตุ่ยๆติดตัวมาพอ(ไม่)สมควร ได้ขี้ตมดำปี๋กะไขมันขาวจั๊วะในปริมาณพอกัน รวมแล้วเต็มถังแฟ้บพอดี เอิ๊ก ! จะเป็นลม !
ทีนี้รู้แล้วว่าน้ำไปไหน แต่จะทำยังไงให้น้ำหายขัง ยังต้องใช้หมองต่อไป .....