เมื่อวานเป็นวันเคลียร์ธุระ ออกจากบ้านทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม! เริ่มจากแวะธ.ไทยพาณิชย์ ลาดพร้าว 59 .... เอ๊ะ ! น้องคนนี้มานั่งขายขนมอีกแล้ว
ขนมตะโก้
แม่หนูทำเอง
กล่องละ 30 บาท
ไส้ข้าวโพด เผือก (กับอะไรอีกอย่างจำไม่ได้)
หลายเดือนก่อนเราเคยแปลงร่างเป็นคนใจบุญ อุดหนุนขนม แม่หนูทำเอง พร้อมสัมภาษณ์เล็กน้อย น้องผู้ชายคนนี้เรียนม.ต้นที่ รร.วัดลาดพร้าว วันนั้นเป็นวันธรรมดาแต่โรงเรียนหยุด เลยมาขายได้

ตะโก้ แม่หนูทำเอง รสชาติธรรมดามาก ปริมาณออกจะแพงไปสักนิดสำหรับราคา 30 บาท คราวนี้ไม่ซื้อดีกว่า
ธุระต่อไปที่ไปรษณีย์ลาดพร้าว หิ้วของขึ้นบันได ตาก็ไปสะดุดกับป้าย
ขนมตะโก้
แม่หนูทำเอง
กล่องละ 30 บาท
ไส้ข้าวโพด เผือก (กับอะไรอีกอย่างจำไม่ได้)
หน้าตาเหมือนเมื่อกี๊ไม่มีผิดเพี้ยน แต่คราวนี้ที่นั่งอยู่เป็นเด็กผู้หญิง เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์คนหนึ่งเดินสวนลงมา ได้ยินเสียงแว่วๆว่า เดี๋ยวกลับมาซื้อ
เอ ... นี่เรากำลังเจอแก๊งค์บังคับเด็กมาขายของหรือเปล่าหว่า
แต่น้องๆทั้งสองคนก็พูดไทยชัดนี่นา ...
เสร็จธุระไปรษณีย์ ตัดสินใจคุยกับน้องสักหน่อย
ขนมแม่ทำเองเหรอ
ค่ะ
เมื่อกี๊พี่เห็นน้องอีกคนก็นั่งขายอยู่หน้าธนาคาร
อ๋อ นั่นพี่ชายหนูค่ะ
แล้ววันนี้แม่ขายอยู่ที่ไหนล่ะ
แม่อยู่บ้านเลี้ยงน้องค่ะ
โรงเรียนปิดแล้วเหรอ เรียนอยู่ที่ไหน
ค่ะ ปิดแล้ว หนูเรียนอยู่วัดลาดพร้าว
-----
เมื่อหลายวันก่อน โดยสารรถเพื่อนกลับจากงานเลี้ยงตอนมืดแล้ว เพื่อนเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง หาบพวงมาลัยพวงโต เดินมาหยุดหน้ารถ ปากขยับว่า พวงสุดท้ายแล้ว ช่วยหนูหน่อยเพื่อนผู้ใจบุญ(จริงๆ) หยิบเงิน 30 บาทแล้วเปิดกระจก
พวงเท่าไหร่จ๊ะ
สี่สิบค่ะ
หา ! โห ! แพงจัง ! เพื่อนร่วมรถช่วยกันโวยวาย
พวงใหญ่นะพี่ หนูอยากกลับบ้าน พวงสุดท้ายแล้ว
เพื่อนเราหันหน้ามาชั่งใจกับกองเชียร์แวบหนึ่ง ก่อนตัดสินใจ
เอาเหอะ ไหนๆก็ว่าจะช่วยแล้ว
-----
เราชั่งใจอยู่แวบหนึ่ง
อย่างน้อยน้องเขาก็ไม่ได้มาขอทาน
ตะโก้อร่อยหรือไม่อร่อยก็ทำให้อิ่ม(และอ้วน)ได้เหมือนกัน
ทีเมื่อวานซืนสั่งเสต็กซิสเลอร์จานละเกือบสามร้อยไม่เห็นคิดมาก
แล้วมือก็ควักเงินสามสิบบาท แลกกับตะโก้หนึ่งกล่อง
เวลามาไปรษณีย์อาทิตย์หน้า จะหยิบการ์ตูนมาด้วยสักเล่มสองเล่มดีกว่า