2009/Oct/15

อ๊ะ !!!  อย่างนี้มันต้องถอน ... จังซี่มันต้องถอนนนน !!!!!
引っ越して初めて出会った『ヘッド・コーン』、タイの中で一番高級なきのこです。
   
อู๊ย.... น้ำยายไหย...
話によると、毎年出てくるらしい。。。
  
รอบเช้าพอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวบ่ายถอนกันใหม่... เอิ๊ก! ...
朝はこれくらい、まだ小さいものもあるので夕方にもう一度取りま~す。
   
โฉมหน้ายายฉิม
今夜のおかずは待ちきれませ~ん!

 

( แรกพบเห็ดโคน  ณ บ้านปากเกร็ด 15 ตุลาคม 2552)

edit @ 15 Oct 2009 14:34:42 by ร้อยคำ

2009/Sep/11

เคยดูละครซีรี่ส์เรื่องนี้ไหม?

The Pretender รู้สึกจะมี 2 ภาค 

พระเอกชื่อ(ในเรื่อง) Jarod ล้อ...หล่อ ... แต่ได้ข่าวว่าเป็นเกย์ (แหม้! เสี้ยดายจัง)

(รูปจาก http://www.imdb.com/media/rm3676544256/tt0678092)

สมัยนั้นยังเอ๊าะๆ นั่งเกาะจอทีวีไม่ยอมห่าง นอกจากจะดูหน้าพระเอก เรายังแอบอิจฉา คนอะไรโชคดีปานนั้น วันๆเดินเข้าที่โน่นออกที่นี่ เข้าไปก็ทำทีเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ทุกอาชีพ ชีวิตแบบนี้ถ้าได้มีบ้างก็คงสนุกไม่เบา

ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งเราก็ได้มีชีวิตคล้ายๆแบบนี้เหมือนกันนะ!

เดิมที่เคยเป็นแต่ล่ามอาสาแปลไปแซวไป ไม่เค้ย... ไม่เคยจะแปลเรื่องอื่นใดนอกจาก โรงเรียนของหนู ชุมชนของเรา แม่น้ำ ป่า ภูเขา ข้าว ปลา อาหาร นานๆเข้าก็ชักมี พิธีบายศรีสู่ขวัญ วันพระ งดเหล้าเข้าพรรษา ต่อมาไปสำรวจกิจการร้านหนังสือ ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ ตลาดเกษตรกร พอมาค้นหาแหล่งน้ำใต้เท้าของเราเอง ได้เจอส้มยูสุกองเบ้อเริ่ม กับตะกอนสังกะสีใต้น้ำแถวคลิตี้ ลากยาวไปสูดควันกันที่มาบตาพุด เมื่อเร็วๆนี้ไปหยุดฟังคำพิพากษาคดีสิ่งแวดล้อมที่ศาลปกครอง  The Pretendy จะไปทำอะไรอีก...โปรดติดตามตอนต่อไป ...

つづく・・・

edit @ 11 Sep 2009 12:57:37 by ร้อยคำ

2009/Sep/04

เมื่อวานเพิ่งอ่านหนังสือ ล่ามอาชีพที่มีรุ่นพี่ล่ามแนะนำว่าพี่รุ่นเก๋าส์คนนึงเป็นคนเขียน มาวันนี้มีเรื่องให้รู้ตัวทันที ว่าเรานี้ไม่ใช่ ล่ามอาชีพเด็ดขาด

... ข้าแต่ศาลที่เคารพ

ดังที่ข้าพเจ้าได้แสดงตัวต่อหน้าศาลปกครองในครั้งที่แล้ว ว่าข้าพเจ้านี้มีเครื่องแต่งกายในการปฏิบัติหน้าที่ล่ามอยู่เพียงแบบเดียว คือ เสื้อผ้าฝ้ายไทย (หรือเสื้อโปโล) กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ อันเป็นชุดที่ช่วยในการประหยัดพลังงาน (ไม่ต้องรีด) ช่วยในการลดโลกร้อนได้เป็นอย่างดี หากท่านมีความไม่พอใจในการแต่งกายของข้าพเจ้า (ดังที่แจ้งอ้อมๆผ่านคนประสานงานมาอย่างเกรงใจ) โดยเห็นว่าไม่สุภาพหรือไม่สมควรด้วยเหตุผลใดๆ (กรุณาบอกหน่อยได้ไหม อยากรู้เหมือนกัน ... เท่าที่รู้มาก็เคยได้ยินแต่เพียงว่า เดิมกางเกงยีนส์เป็นของชนชั้นกรรมกร เอาไว้ใส่เวลาใช้แรงงาน อันตัวข้าพเจ้านี้ก็ใช้แรงงานในการเป็นล่ามเหมือนกัน แล้วมันผิดตรงไหนเหรอค้า ...?) ข้าพเจ้าก็จำจะต้องเปลี่ยนเป็นชุดอื่นๆที่มีอยู่ ขอได้โปรดเลือก 1. ชุดครูพละ อันประกอบด้วย เสื้อกีฬาผ้าร่ม กางเกงวอร์ม รองเท้าผ้าใบ  หรือ 2. ชุดชาวบ้าน อันประกอบด้วย เสื้อม่อฮ่อม ผ้าถุงเก่าๆ รองเท้าแตะคีบ อันเป็นชุดที่ข้าพเจ้ามีอยู่ในครอบครองโดยถูกต้องตามกฎหมาย และสวมใส่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างคล่องตัว ไม่ต้องร้อง ว้า...ย! เมื่อน้ำจิ้มหกใส่กางเกงสแลคอย่างดีมีราคา ที่จะต้องขี่รถแท็กซี่ออกไปซื้อหามาเพื่อความพึงพอใจของท่านเพียงอย่างเดียว

หรือหากท่านรับไม่ด๊า..ย รับไม่ได้กับชุดทั้งหลายที่ข้าพเจ้ามี ก็ขอความกรุณาเตะข้าพเจ้าออกจากหน้าที่ล่าม แล้วจ่ายค่าเสียเวลา(อ่านเนื้อหา)มาครึ่งหนึ่งซะดีๆ แล้ววันหลังก็อย่ามาติดต่อล่ามกางเกงยีนส์คนนี้เข้าอีกล่ะ ทางใครทางมันดีกว่านะคะทั่น5..5..5..

2009/Aug/03

     

ออกตัวไว้เมื่อสมัยไปเป็นล่ามเรียนรู้คดีสิ่งแวดล้อมรุ่นพี่รุ่นน้องของ มินามาตะ - มาบตาพุด ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยข้อมูลสาขาวิชาการต่างๆจนสมองบวมฉึ่ง ว่าเรื่องโรงเรื่องศาลนี้มิอยากได้เกี่ยวข้องด้วยเล้ย... แต่ก็อย่างว่า เรื่องที่เคยทำมา(และเข้าทาง) ก็มักติดค้างในใจ เมื่อต้นปีผ่านตาข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าชาวบ้านมาบตาพุดของเราใช้เวลาชนะคดีศาลชั้นต้นเพียงแค่ประมาณปีครึ่ง นับว่าไทยเราเป็นรุ่นน้องที่ดี ไม่เดินตกหลุมงี่เง่าหลายสิบปีอย่างรุ่นพี่ใหญ่

     

เวลาผ่านไปไม่นานนัก เฮ้อ ... มาจนได้ !  ผู้ประสานงา(น)เจ้าเก่าโทร.มาล่วงหน้าเป็นเดือน  ช่วยไปเป็นล่ามที่ศาลปกครองหน่อยนะคร้า...บ   ฮ้า! ไปศาลเรอะ นั่นคงเป็นทางเลือกสุดท้ายของล่ามไร้เครื่องแบบอย่างเรา  แต่โดนกล่อมไปกล่อมมาสุดท้ายก็หลวมตัว ไฮ้! ไปจนได้ เนื่องจากว่า (1) ศาลปกครองอยู่ไม่ไกลจากรังนอน ไม่ต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้า (สำคัญที่สุด) (2) เรื่องที่ล่ามครึ่งหนึ่งก็เป็นเรื่องเก่าเล่ากันไปกันมาหลายรอบ ก็ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทั้งญี่ปุ่นทั้งไทยแบกกันเอาไว้คนละเพียบไปหมดนั่นแหละ (3) อันนี้ก็สำคัญ ผู้ประสานงา(น)ท่านว่าจะมีนักวิชาการในศาลผู้ไปร่ำเรียนวิทยายุทธมาจากสำนักญี่ปุ่นช่วยดูแลศัพท์วิชาเกิน (= ศัพท์วิชาการที่เกินความสามารถของข้าพเจ้า) และช่วยอธิบายให้ล่ามผู้ไม่สันทัดเรื่องโรงเรื่องศาลเข้าใจอะไรๆได้  (4) ว่าไปแล้วมันก็เป็นโอกาสให้ล่ามจอมจุ้นยื่นหน้าเข้าไปดูซิว่าท่านผู้ยิ่งใหญ่ในศาลแต่ละท่านน่ะ เค้าพูดจา(ให้เด็กน้อย)ฟังรู้เรื่องรึเปล่า หรือว่าในโรงในศาลเค้าพูดกันด้วยภาษายิ่งใหญ่เกินประชาชนคนธรรมดาจะปีนบันไดฟังถึงจริงอย่างที่เรามีอคติอยู่ (เล็กน้อย) กันแน่ 

     

อาทิตย์ที่ผ่านมาก็เลยเป็นเวลาปั๊มชีททั้งหลายลงบนขนมปังแปลภาษาของโดเรม่อน แล้วก็หม่ำกันเข้าไปทุกวี่ทุกวัน ต้องขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่ช่วยให้เราค้นศัพท์และชีทเพิ่มเติมมาอ่านได้อีกเยอะ เออเว้ย อ่านๆไปก็มันส์ดีเหมือนกัน คงเพราะว่าเรื่องมันเข้าทางเรานี่เอง นอกจากจะมีเรื่องหนักๆพวกโลหะปรอท แคดเมี่ยม ที่เห็นคนเป็นโรคประหลาดกันจะๆมาแล้วในญี่ปุ่น ยังมีเรื่องเบาๆแต่ร้ายกาจอย่างฝุ่นใยหินตามโรงงานปูน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากนิคมโรงงานปิโตรเคมี (ญี่ปุ่นเค้ามี บ้านเราก็มีเหมือนกั๊น) เรื่องใกล้ตัวคนเมืองอย่างสิทธิในการรับแสงแดด สิทธิในการอยู่อย่างสงบปราศจากเสียงรบกวน ฯลฯ ที่ญี่ปุ่นเค้ามีเขียนไว้อย่างละเอียดยิบ แต่เรื่องนี้เมืองไทยยังหาแทบไม่เจอ ยิ่งอ่านยิ่งมันส์ วันหลังจะเอามาเล่าสู่กันฟังเน้อ ตอนนี้คงต้องกลับไปหม่ำคำพิพากษา เหตุที่มาของความเสียหาย ความรับผิดเด็ดขาด  ความรับผิดฐานละเลย ลักษณะการละเมิด ทฤษฎีคาดเดาได้ ทฤษฎีหลีกเลี่ยงได้ ฯลฯ ก่อนจะไปเข้าชั้นเรียนปรับความรู้กับคุณครูนักกฎหมายพรุ่งนี้แล้วล่ะ

edit @ 3 Aug 2009 14:59:52 by ร้อยคำ

2009/May/14

เมื่อหลายวันก่อน อุตส่าห์หามุมสงบนั่งดูหนังยูบีซีเงียบๆคนเดียว ก็มันอยากฟัง soundtrack ภาษาญี่ปุ่นง่ะ

หนังที่ว่ามาจากหนังสือเล่มโปรด サウスバウンド (Southbound) ที่เคยเอามาแหมะๆไว้แถวนี้

http://muthita.exteen.com/category/books/page/2

และแถวนี้

http://muthita.exteen.com/category/books/page/3

แม้ว่าสุดท้ายจะยอมแพ้เลิกคิดหาสำนักพิมพ์ เนื่องจากว่าสำนักพิมพ์ญี่ปุ่นมันเรียกลิขสิทธิ์โหด และสำนักพิมพ์ไทยฟันธงแล้วว่าหนังสือของเฮียมัน "ไม่ขาย" ที่ไทยแลนด์แดนบ้านเกิดข้าพเจ้า แต่ก็ยังเป็นนิยายอันดับหนึ่งในดวงใจกี๋อยู่ดี

ดีวีดีหน้าปกเป็นหยั่งงี้

พอเปิดโรงหนัง (ที่บ้าน) ก็กดปุ่ม info ดูข้อมูลหนังก่อนอื่นใด สะดุดกึ้กกับประโยค "ภาพยนต์โปรโมทการท่องเที่ยวญี่ปุ่น" จนชักไม่แน่ใจว่ามันเรื่องเดียวกับที่ตูอยากดูหรือเปล่า(ฟะ) เริ่มลางไม่ดีซะแล้วสิ ...

สี่ทุ่มกว่า ปิดทีวีแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตูว่าแล้ว ... หนังสือหนากว่าห้าร้อยหน้าที่ถอนหายใจปิดหนังสือไปนั่งดื่มด่ำไม่รู้กี่รอบ มันจะย่อลงมาเหลือสองชั่วโมงให้ได้ครบความรู้สึกทั้งหมดได้ไง ... คนทำหนังทำออกมาได้สมเป็น "ภาพยนต์โปรโมทการท่องเที่ยวญี่ปุ่น" ซะจริงๆ  ความเป็น "หนังสือกระแทกแดกดันสังคมญี่ปุ่น" ละลายหายไปในพล็อตเบาหวิว กับนักแสดงที่แทบไม่แสดงอารมณ์ทางสีหน้าท่าทาง แต่ดั๊น... ท่องประโยคเด็ดในหนังสือออกมาทั้งดุ้น วรรคทองทั้งหลายกลายเป็นอุดมคติที่ดูไม่น่ากินไปซะฉิบ แถมหลายอย่างถูกตบแต่งให้สวยขึ้น ฉากอ้วกแตก โหดดิบ ถูกตัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี หลายฉากผ่านไปเร็วจนไม่ทันรู้สึกอะไร แม้แต่บ้านของจิโรที่บ้านนอกที่ควรจะลำบากโคตรๆ เพื่อแสดงให้เห็นความบ้าดีเดือดของคุณพ่อหัวรุนแรง ก็ดูทันสมัยสะดวกสบายดีจะตายไป เฮ้อ! เฮ้อ! เฮ้อ! เสียดายหนังสือเป็นบ้า พอเป็นหนังออกมากลายเป็นคนละเรื่องไปซะนี่

 ยังดีที่มีอีกเรื่องมาเป็นยาหอมชูใจ ละครยามเช้าของ NHK ที่เมืองไทยก็เอามาเล่าใหม่กะเค้าเหมือนกัน 澪つくし (Mio-tsukushi) http://roikham.exteen.com/20071023/entry-1 กลับมาขึ้นจอยูบีซีทุกวันจันทร์-พุธ เรื่องนี้สิต้องยกนิ้วให้คนสร้าง นักแสดงทุกคนทำได้ถึงอารมณ์มาก หน้าตาเวลาพูดประโยคเด็ดๆ ทำเอาคนดูอย่างเราถึงกับอึ้ง ซึ้ง แอบกรี๊ดอยู่ในใจ ไปเปิดหนังสืออ่านใหม่ และหาเวลานั่งใจจดใจจ่ออยู่หน้าจอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะดูยังไงๆมันก็คือเรื่องเดียวกับในหนังสือจริงๆ !

 

ปกดีวีดี Mio-tsukushi  ชื่อไทยเมื่อสิบกว่าปีก่อนคือ คลื่นรัก ปีนี้มาเติม คลื่นชีวิต ต่อท้ายแถมไปด้วย