2012/Nov/11

 
 

弱い虫

แมลงอ่อนแอ

馬場俊英

โทชิฮิเดะ บาบะ (ร้อง)

เทคเคน - ไอ้หมัดเหล็ก (วาดการ์ตูน)

 

雨にも負けず 風にも負けないで

ไม่ยอมแพ้กระแสฝน ไม่ยอมแพ้กระแสลม

欲はなく 決して怒らないで

ไร้กิเลส ไม่ขึ้งโกรธ

褒められたって けなされたって

ใครจะชม ใครจะว่า

いつでも静かに 笑っている

ไม่ว่าเมื่อไหร่ ก็ยิ้มเงียบๆ

ああ そういう人に ならなくていい

อา...  คนอย่างนั้น ไม่ต้องเป็นก็ได้

ああ なれなくていい

อา... ไม่ต้องเป็นก็ได้

 

遠い街から 君の手紙

จดหมายของเธอ จากเมืองไกล

あんなこと こんなこと 毎日の出来事

เรื่องนั้น เรื่องนี้ แต่ละวัน

「楽しい」と君が繰り返すたびに

เธอย้ำ “สนุก” ทุกที

本当は楽しくないんじゃないかと心配になる

หรือที่จริงอาจไม่สนุก ฉันห่วงใย

ああ 暗闇の中に 君の淋しさ ぼんやりと浮かんでる

อา... ในความมืดมิด ความเหงาของเธอ ล่องลอยเลือนราง

ああ 浮かんでいる

อา... ล่องลอยเลือนราง

 

街角では 野良犬たちが 野良猫たちをイジメている

มุมหนึ่งของเมือง ฝูงหมาข้างถนนแกล้งแมวข้างถนน

野良猫たちは ネズミをイジメて

ฝูงแมวข้างถนนแกล้งหนู

ネズミたちは 虫たちをイジメてる

ฝูงหนูแกล้งฝูงแมลง

ああ 虫ケラたちは 何も言わず這いつくばって生きている

อา... พวกหนอนพวกแมลง คืบคลาน ใช้ชีวิตต่อไปไม่เอ่ยถ้อยคำ

ああ そうさ生きている

อา... ใช้ชีวิตต่อไป

 

誰より不幸で 誰より幸せか

เป็นทุกข์กว่าใคร หรือสุขกว่าใคร

下心がバレないよう びくびくしながら

ตัวสั่นกลัวแผนในใจเปิดเผย

誰かになるために 心を捨てるなよ

อย่าทิ้งหัวใจ เพื่อเป็นคนอื่น

死にたくなるほど 自分を責めるなよ

อย่าบีบคั้นตัวเอง จนปรารถนาความตาย

ああ 街灯に群がる 人間たちの歌が聴こえてくる

อา... ฝูงคนเล่นแสงไฟในเมือง เสียงเพลงของพวกเขาได้ยินแว่วมา

ああ 聴こえてくる

อา... ได้ยินแว่วมา

 

ああ 上を向いて歩いても 涙あふれてきたならば

อา... แม้เดินเชิดหน้า หากน้ำตาไหลล้น

そうさ 僕に向かって 叫んで欲しい

อย่างนั้น หันมาทางฉัน ตะโกนมันออกมา

 

弱虫でも かまわない 君よ優しい人になれ

อ่อนแอ ไม่เป็นไร จงเป็นคนอ่อนโยน

泣き虫でも べつにかまわない 君よ素直な人になれ

ขี้แย ไม่เห็นเป็นไร จงซื่อตรงต่อหัวใจ

ああ 誰かを困らせてまで 強くなる必要などあるものか

อา... มีอะไรให้ต้องแข็งแกร่ง จนทำคนอื่นเดือดร้อนงั้นหรือ

ああ あるものか

อา... มีอะไรงั้นหรือ

 

ビルの上から 街を眺めてごらん

จากบนตึก ลองมองดูเมือง

しょせん僕らは 虫じゃないか

สุดท้าย พวกเรา คือแมลงไม่ใช่หรือ

風に煽られて 雨に打たれて

ถูกลมพัด ฝนกระหน่ำ

ときどき涙ぐみながら歩けばいい

เดินน้ำตาคลอบ้างก็ได้

ああ 涙があふれたら 僕に向かって叫んでくれ

อา... หากน้ำตาไหลล้น ก็ตะโกนใส่ฉันเถอะ

ああ 叫んでくれ

อา... ตะโกนมาเถอะ

 

( single ออกวางจำหน่าย 7/11/2012 )

 

edit @ 11 Nov 2012 20:00:37 by ร้อยคำ

2012/Nov/08

          หลายวันก่อนเมาคนอยู่ในงานสัปดาห์หนังสือหนึ่งวัน เพื่อดูแลอาสาสมัครเลือกซื้อหนังสือให้ห้องสมุดโรงเรียนตามต่างจังหวัด ปีนี้เหล่าอาสามากันเพียบ เลยให้ช่วยเลือกหนังสือให้เจ้าของผลงานที่ได้รางวัลด้วย  ตอนเลือกหนังสือห้องสมุดทุกคนสนุกสนานดี แต่พอเลือกให้เป็นรายคนก็เริ่มมีไม่มั่นใจ ไม่รู้สไตล์หนังสือว่าคนที่เลือกให้ชอบอ่านแบบไหน

          ปัญหานี้น่าปวดหัวเป็นที่สุด เรื่องของเรื่องคืออยากให้เด็กได้มีเงินไปซื้อหนังสือดีๆ หนังสือที่อยากอ่าน แต่จะให้มาเลือกเองก็ดูแลไม่ไหว จะให้เงินสดก็ไม่เหมาะ สุดท้ายตอนนี้ทำใจให้อาสาช่วยเลือก ถือซะว่าเด็กๆ จะได้อ่านหนังสือที่เพื่อนๆ พี่ๆ แนะนำให้อ่าน

          เจอปัญหานี้เข้าเลยคิดถึงบัตรซื้อหนังสือ ในญี่ปุ่นเวลาผู้ใหญ่อยากให้ของขวัญหรือรางวัลแก่เด็กแล้วไม่รู้จะให้อะไร (ขี้เกียจคิด) เป็นบ้านเราก็คงให้เงินไปเลย แต่ที่โน่นเขานิยมให้บัตรซื้อหนังสือ อย่างน้อยคนให้ก็รู้สึกดีว่าทำให้เด็กอ่านหนังสือมากขึ้นอีกนิด หรือเวลามีประกวดแข่งขันสำหรับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ก็จะให้บัตรซื้อหนังสือในราคาเท่ากันแก่เด็กแทนเงินสด เราเองก็เคยได้มาใช้ จำไม่ได้แล้วว่าด้วยเหตุอะไร จำได้แค่ว่าถือบัตรไปเลือกหนังสืออยู่เป็นนาน

 

รูปลักษณ์ของบัตรซื้อหนังสือสมัยเป็นบัตรกำนัล (กระดาษ) มีข้อเสียคือลำบากเรื่องเงินทอน บัตรแบบนี้เลิกขายตั้งแต่ปี 2005

          อาศัยอากู๋ตาเกิ้นตามอ่านเรื่องบัตรซื้อหนังสือได้ความว่า ระบบบัตรซื้อหนังสือของญี่ปุ่นเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 1960  บริษัทส่งเสริมการอ่าน (ที่สำนักพิมพ์ ตัวแทนจำหน่าย ร้านหนังสือต่างๆ ลงขันกันตั้งขึ้นมา) เป็นผู้ผลิตออกมาเพื่อส่งเสริมการขายหนังสือและนิตยสาร ช่วงแรกเป็นสมุดบัตรที่มีบัตรราคาต่ำหลายใบไว้ดึงใช้ เช่นบัตร 20 เยน จำนวน 50 ใบ ช่วงหลังเปลี่ยนมาเป็น บัตรเดี่ยวราคา 100 เยน และ 500 เยน สุดท้ายตอนเลิกขายเหลือชนิด 500 เยนอย่างเดียว ด้วยความที่คนซื้อก็ใช้ง่าย ร้านหนังสือก็รับง่าย บัตรซื้อหนังสือก็เลยใช้ได้ร้านหนังสือแทบจะเรียกว่าทุกร้านในญี่ปุ่น

          แต่อย่างว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เห็นปัญหาแล้วต้องแก้ให้ได้ ตั้งแต่ปี 1990 ก็เลยเริ่มออกบัตรซื้อหนังสือมีแถบแม่เหล็กที่เป็นบัตรพรีเพดเหมือนกัน แต่ใช้เครื่องอ่านจำนวนเงินที่เหลือแล้วเจาะรูให้เห็น (เหมือนบัตรโทรศัพท์ที่รุ่งเรืองสมัยนั้น) แก้ปัญหาเรื่องทอนเงินไปได้ แล้วก็ออกได้หลายราคา ตั้งแต่ 500 เยน จนถึง 10,000 เยน หน่วยงานทั้งหลายทั้งภาครัฐภาคเอกชนเวลาทำของแจกเมื่อก่อนชอบทำบัตรโทรศัพท์เพราะเอารูปลงหน้าบัตรได้ โฆษณาได้อย่างที่ต้องการ ก็มีทางเลือกทำบัตรซื้อหนังสือได้อีกอย่างหนึ่ง จะเลือกให้แค่ 200 เยนก็ได้ไม่มีใครว่า บัตรแม่เหล็กนี้ก็มีข้อเสียเหมือนกันคือไอ้เครื่องอ่านบัตรมันต้องทำสัญญาเช่าอะไรวุ่นวาย ร้านเล็กจริงๆ ขี้เกียจวาง ไม่รับบัตรแบบนี้ก็มี

 

บัตรซื้อหนังสือแบบแถบแม่เหล็ก อันนี้ลายธรรมดา

 

 

โฆษณาของบริษัทรับทำบัตรซื้อหนังสือ รับทำตั้งแต่ 50 ใบขึ้นไป บริษัทห้างร้านมักทำไว้แจกในโอกาสต่างๆ อยากใส่รูปใส่ตัวหนังสืออะไรยังไงก็ได้

 

บัตรซื้อหนังสือลายสวย กลายเป็นของสะสม

      ว่าไปแล้วตอนนี้วงการสิ่งพิมพ์ญี่ปุ่นก็ถูกไอแพด คินเดิล อีบุ้ค รุกรานจนระส่ำระสาย บัตรซื้อหนังสือเลยต้องรุกคืน ออกโฆษณาใหม่ทุกฤดูกาลด้วยพรีเซนเตอร์พิเศษสุด

 

โปสเตอร์โฆษณาบัตรซื้อหนังสือ พรีเซนเตอร์เป็นหมาพันธุ์ชิบะ วางท่าอ่านหนังสือได้เข้ากับฤดูกาล พร้อมคำโปรย “บัตรซื้อหนังสือ-ได้แล้วอยากอ่านหนังสือขึ้นมาเลย”

เมืองไทยจะสนับสนุนการอ่าน กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองหนังสือโลกทั้งที สนใจทำอะไรแบบนี้บ้างมั้ยเนี่ย ขอแค่เป็นบัตรกระดาษแบบบัตรกำนัลก็ได้ จะคิดค่ากระดาษนิดหน่อยก็ไม่ว่ากัน ขอให้มีเถอะ ผู้ใหญ่ที่ชอบให้รางวัลเด็กอย่างเราจะรีบอุดหนุนทันที

edit @ 8 Nov 2012 18:30:42 by ร้อยคำ

2011/Oct/02

 
มาแล้วจ้า ...ปฏิบัติการข้าวนอกนา ปี2 (หุหุ) ...
ปีนี้นักเรียนขยันขันแข็ง ปลูกถั่วบำรุงดินไว้ตั้งแต่ช่วงแล้ง
ลงมือพรวนดินเตรียมกระถางตั้งแต่เดือนมิถุนา
กะว่าจะทำนาหว่านดีกว่า (ความขี้เกียจเข้าสิง)
ผู้มีประสบการณ์บอกว่าหว่านห่างๆหน่อยก็จะดีนะ ข้าวจะได้แตกดี
 
ปีนี้พันธุ์ข้าวอภินันทนาการจากสาวหนองบัวลำภู
 
ต้นเดือนกรกฎาแช่ข้าว 1 กำมือในน้ำ 1 คืน
หมักในผ้าขนหนูเก่าๆอีก 2 คืน แล้วหว่านในกระถางน้ำขังขลุกขลิก
สองสามวันผ่านไป รากเริ่มงอกยาว ต้นเริ่มแทงออกมาสีเขียวอ่อนๆ(เย้ๆๆ)
ห้าหกวันผ่านไป  เอ๊ะ! ทำไมต้นมันขาดออกจากเม็ดข้าวแทบจะหมด?
 
ให้งุนงงสงสัย แต่ไม่เป็นไร แช่ใหม่ก็ได้ (สาวหนองบัวใจดีให้มาเป็นกิโล)
ทำวิธีเดิม หว่านเหมือนเดิม ทดลองหลายกระถาง บางกระถางน้ำขัง
บางกระถางไม่ขัง รดน้ำวันละ 2 หน
อาทิตย์นึงผ่านไป ... ไหงเป็นเหมือนเดิม???
 
แล้ววันนึงก็ได้คำตอบ เมื่อเห็นนกเขาตัวเล็กแวะเวียนมาก้มๆเงยๆแถวกระถาง!!
อ๊าาาากกก !!!  นกนี่เอง ร้ายจริงๆ ไม่รู้เหรอว่ารออีกหน่อยจะมีข้าวเป็นรวงๆให้กินเลยนา...
แน่นอนว่านกไม่เข้าใจ ยังจิกเม็ดข้าวไปกินอยู่เรื่อย ... เฮ้อ!!
 
พูดจากันไม่รู้เรื่อง ก็ต้องหาวิธีใหม่
 
เอาล่ะขั้นตอนใหม่ ประยุกต์สู้นก
 
1. แช่ข้าวใหม่ หมักข้าวใหม่ ทีนี้หมักแค่คืนเดียว
 
 
หมักพอให้มีตุ่มรากงอก
 
 
2. เอาเมล็ดข้าวที่งอกจิ้มลงไปในกระถางเล็กๆ วางไว้ติดตัวบ้าน รดน้ำเช้าเย็นให้ชุ่ม
 
 
หลังจิ้มในกระถาง 5 วัน
 
 
ดูดีๆจะเห็นมีต้นขาวจั๊วะอยู่หนึ่งต้น แต่อยู่ไม่นานก็ตายไป
 
3. หลังจิ้มข้าวไป 20 วันก็ทำพิธีดำนา
 
 
ต้นกล้าอายุ 20 วัน
 
 
ดำนาแบบใช้กล้าต้นเดียว ระยะห่างประมาณ 20 ซม.
ช่วงแรกท่านว่าอย่าให้น้ำขังสูงนัก แค่ขลุกขลิกพอ
และอย่าดำลึกมาก ข้าวจะแตกกอลำบาก
 
 
สี่ต้นนี้เหลือรอดปากนกมาได้จากตอนหว่านครั้งที่สอง
(แก่กว่ารุ่นใหม่ประมาณ 10 วัน)
 
 
หลังปักดำ 20 วัน (กระถางมีน้ำขังปกติ)
 
 
 หลังปักดำ 20 วันเหมือนกัน กระถางนี้อุดรูไม่ดี น้ำไม่ขัง
ลองเอียงกระถางอุดรูใหม่หนาๆ ปรากฏว่าไส้เดือนลอยขึ้นมาตรึม!
(ต้องเขี่ยออกไม่งั้นมันตายแน่)
 
 
หลังปักดำ 40 วัน
 
 
เริ่มแตกกอแล้ว !!
 
 
อ๊ะ ! มีแขกมาเยี่ยม
 
 
ดูหน้ากันชัดๆ
 
 
อร่อยจริงนะเธอ !  (กินไม่มากนักเลยหยวนๆ)
 
 
เจ้าตัวนี้ซุ่มเงียบ
 
 
เพิ่งขึ้นจากน้ำนะเนี่ย มือยังใสอยู่เลย
 
 
เจ้าตัวนี้ไม่รู้จักชื่อแฮะ 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป (つづく。。。)
 

2011/Sep/10

 

แนวคิดทั้งหลายต่างมีรูปร่าง มีสีสัน มีเต็มมีแหว่ง

(นิยาย ดักแด้อากาศ - 1Q84)

----- 

 

ในชั่วโมงเรียนเคมีชั้น ม. 5 (เอ๊ะ หรือ ม.4 หว่า?)

“นักเรียน จำได้มั้ยว่า เวลาสาร xxx ทำปฏิกิริยากับสาร yyy จะออกมาเป็นสีอะไร ....  ไหน เธอว่าสีอะไรนะ ... ช่าย ช่ายเลย ... สี เหียว  ไหน เธอน่ะ คนสวย  สี เหียว ใช่มั้ยจ๊ะ” 

 “ส่วนสาร zzz ที่เกิดจาก aaa ทำ(ปฏิกิริยา)กับ bbb ก็เกิดสี ... ใช่แล้ว ... แดง อม ม่วง ... ห้ามจำผิดนะ ไม่ใช่ ม่วง อม แดง เวลาใครทำกับใครแล้วใครอมใครนี่สำคัญมาก ไม่เหมือนกัน เธอจะให้ใครอมใคร ตอบมาซิ”

วิชาเคมี ได้เกรด 4 กันสบายๆ  ต้องขอบพระคุณปรมาจารย์สุดเสียว ที่อธิบายสีของสารให้นักเรียนนั่งหัวเราะคิกคัก บางคนหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก แต่ก็จำได้แม่นยำว่า เวลาใครทำ(ปฏิกิริยา)กับใคร ใครอมใคร

 -----

 

ในชั่วโมงทำงานแปลนิยาย สีเขียวสด สีฟ้าใส สีชมพูจางซีด  สีน้ำเงินเข้มลึก สีแดงอมม่วง ... คำวิเศษณ์ขยายสีมีเท่าไหร่ถูกงัดมาใช้หมดโกดัง  งานของนักเขียนมือฉมังจะออกมาแบนๆไม่ได้ ต้องมีมิติ มีสีสัน มีชีวิตชีวา ...

 

灰色の迷宮

เขาวงกตสีขี้เถ้า

 

นักแปลชูกำปั้นอย่างมั่นใจและสะใจ นานๆทีจะมีสีที่อธิบายตัวมันเองทั้งในภาษาญี่ปุ่นและไทย จากที่มาเดียวกัน ให้สีเหมือนกันได้ขนาดนี้

 

สีที่นิยามตัวเองได้ลงล็อคพอดีทั้งของไทย-ญี่ปุ่น แปลตรงตามตัวอักษรได้ (เท่าที่น